Osaka Trip 2017 :: โอซาก้า เกียวโต นารา อาราชิยาม่า

แบ่งปัน ... Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn

ทริปตะลุยโอซาก้า 2017 อัลบั้มนี้จะรวมเอาภาพสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆที่เราได้ไปเที่ยวมาในทริปโอซาก้านี้มาไว้ให้ชมกัน เพื่อใครสนใจอยากจะไปตามรอยที่ไหน ทริปนี้ไปเที่ยวญี่ปุ่นกันยาวๆ 9 วันเต็ม ตั้งแต่ 13-21 พฤศจิกายน 2017 ที่ผ่านมา

ขอไม่เรียงลำดับเป๊ะๆนะคะ ว่าเช้าไปไหนบ่ายไปไหน เอารวมๆแต่ละที่เลยละกัน หลักๆก็เป็นที่เที่ยวต่างๆในโอซาก้า เกียวโต มีแวะไปอาราชิยาม่าวันนึง นาราอีกหนึ่งวัน และไป Universal Studio Japan อีกหนึ่งวันเต็มๆ ต้องบอกเลยว่าเที่ยวญี่ปุ่นไปครั้งเดียวไม่เคยพอจริงๆ สวยและน่าสนใจทุกที่ เป็นประเทศที่ไปแล้วก็อยากไปอีก อยากไปอยู่เรื่อยๆ ฮ่า

ว่าแล้วก็ตามไปดูกันเลยว่าเราได้ไปทำอะไรที่ไหนกันมาบ้างกับทริปนี้ Osaka Trip 2017 หากชอบก็กดไลค์เพื่อให้กำลังใจ แชร์รีวิวหรือแท็กไปหาเพื่อนที่อยากจะชวนไปเที่ยวโอซาก้าด้วยกันก็ได้น๊า

ทริปนี้เราไปตะลุย Universal Studio Japan หนึ่งวันเต็ม ที่นี่มีโซนแฮร์รี่ พอตเตอร์ด้วย สาวกต้องห้ามพลาด

ไปตะลุยโตเกียวเพื่อตามล่าหาใบไม้แดง สวยมากๆๆ

ตะลุย ชม ชิม ช็อป ที่ย่านช็อปปิ้งชื่อดัง ถ่ายภาพคู่กับป้ายกูลิโกะอันเลื่องชื่อ

แวะไปหาน้องกวางหน้าตาบ๊องแบ๊งที่ “นารา” เมืองแห่งกวาง

ไปเที่ยวศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ ไปชมเสาโทริอิสีแดงกว่าหมื่นต้น และคนอีกเป็นพันคน คนเยอะมาก ฮ่าาา

อาราชิยาม่า เมืองสวยท่ามกลางหุบเขา ที่ต้องมาเยือนกันซักครั้งในช่วงใบไม้แดง

ทริปนี้เราบินจากภูเก็ตไปลงที่สนามบินคันไซค่ะ โดยแวะเปลี่ยนเครื่องอีกมาเลเซียอีกหนึ่งต่อ มาถึงสนามบินก็ลงมาชั้นล่างเลยค่ะ มาซื้อซิมการ์ดกันก่อน จะได้มีเนตไว้ใช้

ใช้ซิมของ Prepaid LTE SIM แบบ 7 วัน ราคา 2,500 เยน จัดการเรื่องซิมเรียบร้อย ใช้เนตได้แล้วก็พร้อมจะเที่ยวแล้วจ้า~

ซื้อตั๋วรถไฟเข้าเมืองโอซาก้าก่อน เราเลือกเดินทางเข้าเมืองโดยนั่งรถไฟ Nankai Airport Exp. ราคา 920 เยนต่อเที่ยว นั่งไปลงที่สถานีปลายทาง Namba

ขากลับก็นั่ง Nankai กลับมาสนามบินเหมือนเดิม สะดวกสบายมาก

วิวระหว่างทาง พระอาทิตย์ตกพอดีในช่วงที่นั่งรถไฟ

เก็บของเข้าที่พักเรียบร้อย ก็ออกมาเที่ยวกันเลย แหล่งท่องเที่ยวตอนกลางคืนที่พลาดไม่ได้คือ แหล่งช็อปปิ้งแถวนัมบะ อย่าง ย่าน Dotombori ที่มีป้ายกูลิโกะเป็นแลนด์มาร์คสำคัญ ที่ใครมาก็ต้องถ่ายภาพคู่ด้วยเป็นที่ระลึกว่ามาถึงแล้วนะจ๊ะ โอซาก้า

บรรยากาศตอนหัวค่ำ คนเดินกันเยอะแยะ ย่านนี้คึกครื้นมาก เพราะมีทั้งแหล่งช็อปปิ้ง และร้านอาหารเด็ดๆเพียบ

สายช็อปต้องห้ามพลาดเส้นนี้เลย Shinsaibashisuji กับร้านค้าเป็นร้อยๆร้าน ของขายหลากหลายมากโดยเฉพาะเสื้อฟ้า แฟชั่นต่างๆ กระเป๋าเงินสั่นกันเลยเดินย่านนี้

ร้านยาแบบนี้ก็เป็นจุดหมายหลักของสาวๆ เพราะมีเครื่องสำอางค์แบรนด์ดังๆขายในเพียบ ในราคาเบาๆ

ร้านค้ามากมายจริงๆ ยาวเป็นกิโลๆ เดินกันได้ทั่วทุกทางเลย ซ้ายขวา หน้าหลัง ถ้าว่างจากเที่ยวตอนกลางคืนไม่มีอะไรทำ เรามาเดินเล่นที่นี่แทบทุกวัน มาประมาณสามครั้งได้ สำหรับทริปนี้ สนุก ฮ่า

Kuidaore Taro ตุ๊กตาคนตีกลอง

ร้านเยอะมากจริงๆ แนะนำให้เตรียมรองเท้าแบบเดินสบายๆมา เพราะว่ามาที่นี่ได้เดินกันขาลากแน่นวลลล

โอซาก้าเป็นเมืองแห่งป้ายไฟมากๆ ป้ายโฆษณาตามหน้าร้านต่างๆก็ครีเอทสุดๆ

ซูซิร้านดัง ขายดีมาก คนต่อคิวยาวเหยียด

ร้านราเมงข้อสอบ เดินเข้าร้านก็จะมีตู้สั่งอาหาร ให้เราเลือกซุบ เลือกความเผ็ด เลือกเครื่องเคียงต่างๆ เช่นหมู สาหร่าย ไข่ต้ม แล้วเราจะได้ใบเสร็จมาก็ขึ้นมาด้านบนเลย มานั่งตามโต๊ะที่กั้นคอกไว้คล้ายๆกับโต๊ะทำข้อสอบ

มาแล้ววววว หน้าตาน่าทานแถมยังอร่อยด้ว

ปราสาทโอซาก้า ที่เที่ยวสุดฮิต หากไม่มาเที่ยวที่นี่ก็ไม่รู้จะไปไหนละ 5555 อย่างน้อยต้องมาซักครั้ง ค่าเข้าไปชมด้านในและขึ้นไปยังจุดชมวิวด้านบนอยู่ที่ 600 เยน

ช่วงที่เที่ยวในโอซาก้าเราซื้อบัตร Osaka Amazing Pass แบบสองวันมาใช้ คุ้มมากๆ นอกจากใช้ขึ้นรถไฟใต้ดินฟรี แล้วยังเข้าสถานที่ท่องเที่ยวหลักๆฟรีอีกด้วย คุ้มเว่อร์ แนะนำเลย แต่ที่ปราสาทโอซาก้าหากใครไม่เข้าไปด้านในก็มาเดินเล่นรอบๆด้านนอกได้นะ ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ^^

วิวมุมสูงจากด้านบน มองลงมาเห็นใบไม้เหลืองๆ แดงๆ เต็มไปหมด สวยมากๆ

หินก้อนนี้ใหญ่มากกกก นึกทึ่งมากๆว่าสมัยก่อนเข้าสร้างกำแพงปราสาทกันได้ยังไ

อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวยามค่ำ ย่าน Shinseikai ย่านนี้ถ้าเทียบกับย่านนัมบะ หรือโดทมโบริแล้ว ย่านนี้ก็ดูจะเงียบเหงาไปเลย แต่หากมีเวลาก็น่าแวะมาเที่ยวอยู่นะ โดยเฉพาะที่หอคอย

มีร้านยิงปืนไม้ แบบตามงานวัดที่ไทยด้วย ยิงกล่องขนม หรือตุ๊กตาล้ม ก็รับขนมๆนั้นๆไปเลย 500 เย็น ได้กระสุนมาถ้วยนึง จำไม่ได้ละว่ากี่นัดขออภัยด้วย

มุมถ่ายภาพหลัก ปลาปักเป้าและหอคอย ทสีเทงคาคุ

ด้านล่างของหอคอยทสึเทงคาคุ ตอนแรกก็งงว่าทางขึ้นอยู่ไหน อ่อ ต้องเดินลงไปข้างล่างอีกทีก่อน ถึงจะเจอลิฟต์ที่ใช้ขึ้นไป 5555+

รูปปั้นบิลลิเคน เทพเจ้าแห่งโชคลาภ เค้าบอกให้มาลูบเท้าขอพร จัดไปค่าาา

มาเที่ยวที่นี่ใช้บัตร Osaka Amazing Pass เข้ามาชมฟรีนะ แต่ถ้าอยากจะขึ้นมาชมวิวมุมสูงด้านบนสุด มีค่าเข้าอีก 200 เยน วิวด้านบนสวยมาก มองเห็นเมืองได้รอบด้านเลย แต่ลมแรงและเย็นมากกกกกกกก

ชั้นสามจะมีเมืองจำลอง ของย่านชินเชไกในสมัยก่อน และมีร้าน Glico-Ya ร้านขายขนมของกูลิโกะตั้งอยู่

ขนมน่ากินทั้งนั้น มาซื้อที่นี่แหล่งเลย เพราะกูลิโกะถือกำเนิดขึ้นที่เมืองโอซาก้านี่แหละ

บ๊ายบายเจ้าปักเป้า แม้จะดูเงียบเหงาไปหน่อย แต่เราก็ชอบที่นี่นะ คลาสสิคดี

Universal Studio Japan พร้อมจะปลุกความเด็กในตัวคุณกลับมารึยัง?

กริ๊ดขบวนพาเหรดดดด ยูนิเวอร์แซลนี่อยู่หนึ่งวันเต็มเลย ขนาดอยู่ยังวันเหมือนยังไม่เต็มอิ่ม มันกว้างและมีหลายโซนจริงๆ

มาช่วงเดือนพฤศจิกายนพอดี เค้าจัดตีมคริสต์มาสกันละ ฉลามจาก Jaws น่ารักมุ้งมิ้งไปอี๊ก

เฮ้ มินเนี่ยน คนญี่ปุ่นแลดูชอบมินเนี่ยนมากๆ โซนนี้เลยฮอตฮิตไม่แพ้ โซนแฮร์รี่พอตเตอร์เลย 

โซนแฮร์รี่ พอตเตอร์ คนเยอะมหาศาลมาก หมู่บ้านฮอกมีดทำออกมาสวยมาก เดินตอนกลางวันยังไม่เท่าไหร่ พอมาเดินตอนค่ำๆนี่สิ ได้ฟีลมาก

ตลาดคุโรมง ห้องครัวแห่งโอซาก้า ใครถนัดสายกินนี่ต้องห้ามพลาด เพราะของกินเพียบ ทั้งซีฟู๊ด ทั้งเนื้อ ทั้งซูซิ และขนมหวาน เดินไปกินไป ของน่ากินทั้งนั้น ซีฟู๊ดก็สดมากๆ 

ขาปูยักษ์ใหญ่ สดมาก เนื้อเยอะและหวานมากกกกก

Rinku Premium Outlet หากใครยังมีเงินเหลือเยอะก็แวะมาละลายทรัพย์กันก่อนจะไปสนามบินได้ที่เอ้าท์เล็ตแห่งนี้เลย มีแบรนด์ดังต่างๆเพียบ แวะมาช็อปแล้วไปสนามบินต่อได้ อยู่ไม่ไกลกันจ้า

Tempozan Ferris Wheel ชิงช้าสวรรค์ที่มีความสูง 112.5 เมตร สูงมาก และวิวสวยมากๆ

ค่าบริการปกติอยู่ที่ 800 เยน แต่ใช้บัตร Osaka Amazing Pass นั่งฟรีอีกแล้วจ้า โคตรคุ้ม ใครที่กำลังตัดสินใจว่าจะซื้อไม่ซื้อดี แนะนำซื้อพาสนี้เลย คุ้มค่าจริงๆ

ชิงช้าก็จะมีสองแบบนะ แบบธรรมดา กับแบบพื้นใส ราคาเท่ากันแหละ แต่แบบพื้นใสจะรอคิวนานกว่าเพราะมีจำนวนน้อยกว่านั่นเอ

วิวมุมสูงของอ่าวโอซาก้า สวยมากๆๆ

เรือนี้ก็ใช้พาสนั่งได้ฟรีเหมือนกันนะ ^^

Osaka Aqaurium Kaiyukan พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ติดอันดับโลก เสียดายมากเวลาไม่พอ แปะไว้ก่อนเดี๋ยวจะกลับมารอบหน้าเด้ออออ

ย่านเด็กฮิป America Mura แหล่งรวมวัยรุ่นที่มีความเป็นเมกันบอยไว้ที่นี่ กลางคืนก็ออกมาไถสเก็ตบอร์ดเล่นกัน ชิคๆ ที่นี่เสื้อผ้า รองเท้าสำหรับวัยรุ่นเยอะมาก แนวๆ สวยๆเพียบ แต่ราคาก็ไม่เบาเลยนะ

Hep Five ศูนย์การค้าสำหรับวัยรุ่น  

มาที่นี่ไม่ได้จะมาช้อปปิ้ง แต่จะมานั่งชิงช้ากันอีกแล้วจ้า ใช้ Osaka Amazing Pass ฟรีอีกแล้วจ้า 

เที่ยวโอซาก้ากันพอสมควรย้ายไปตะลุยกันต่อที่เกียวโต~~~

หอคอยเกียวโต

มาเที่ยวศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ ศาลเจ้าชื่อดังที่ต้องแวะมาเยือนเมื่อมาเที่ยวเกียวโต ที่นี่มีเสาโทริอิสีแดงเป็นหลักหมื่นต้นตั้งอยู่ เป็นสัญลักษณ์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากๆ

ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ คนเยอะมากๆเลยวัดและศาลเจ้าต่างๆในเกียวโต เพราะไม่ใช้แค่นักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่คนญี่ปุ่นเองก็นิยมมาเที่ยวเกียวโต เรามาช่วงใบไม้เปลี่ยนสีด้วย เรื่องคนเยอะไม่ต้องพูดถึงเลย ฮ่า 

แถวปากทางเข้าศาลเจ้ามีร้านขายอาหารทานเล่นเพียบ อาหารน่ากินทั้งนั้นเลย เริ่มต้นที่ 500 เยน

วัดเอคันโด Eikando วัดนี้ได้รับฉายาว่า วัดแห่งใบเมเปิ้ลเลย เราจึงไม่พลาด ยังไงก็ต้องมา และก็ไม่ผิดหวังค่ะ ได้เจอใบไม้แดงสมใจ แม้จะไม่ได้ใช้ช่วงพีคที่สวยสุดๆ แต่ก็ฟินเว่อร์

ใบไม้แดง เหลือง ส้ม หันไปทางไหนก็เจอ ที่วัดปลูกเมเปิ้ลไว้กว่า 3,000 ต้นเลยละ

มีลานให้จิบน้ำชาทานขนมท่ามกลางใบไม้แดงด้วย บรรยากาศดีมากๆ

วัดน้ำใส หรือวัดคิโยมิสึเดระ แม้จะปิดปรับปรุงอยู่บางส่วน แต่ไหนๆก็มาถึงเกียวโตละ ขอแวะมาดูให้รู้ให้เห็นหน่อย ว่าบรรยากาศเป็นยังไง สวยอยู่นะคะ เรานั่งรถไฟใต้ดินมา เดินขึ้นเขาขาลากเลยทีเดียว ไกลอยู่ 555+

ถนนละลายทรัพย์ คิโยมิซึซากะ คนเยอะมากๆๆ มีของฝาก ขนมพื้นเมือง และอื่นๆขายอีกเพียบ

แหล่งช้อปปิ้งของเกียวโต ชินเคียวโกกุ และเทอระมะชิ เสื้อผ้า ของใช้ ของกิน เพียบ เดินช้อปปิ้งกันเพลินอีกแล้วจ้า

จากเกียวโต โยกมากที่อาราชิยาม่ากัน ที่นี่เรามาเที่ยวแบบเช้ามาเย็นกลับ ตอนค่ำก็พักเกียวโตเหมือนเดิม เพราะเดินทางมาสะดวกมาก ใช้เวลาไม่นานนัก

ไฮไลท์หลักเลยคือป่าไผ่ค่ะ มีเส้นทางให้เดินชมธรรมชาติเยอะเลย ทั้งเส้นสวยๆ อันนี้คนเยอะมากๆ กับเส้นที่สวยน้อยหน่อยแต่เดินสบายๆไม่เบียดเสียด

หากไม่อยากเดินก็ใช้บริการรถลากได้นะจ๊ะ

เดินขึ้นเขามาชมวิวหน่อย สวยมากๆจริงๆ นี่ถ้ามาช้ากว่านี้ซักอาทิตย์ หุบเขาแห่งนี้น่าจะเป็นสีแดงสด เพราะใบไม้เปลี่ยนสีกันหมดแล้วแน่ๆเลย มาเร็วไปหน่อยเริ่มแดงแล้วแหละ แต่ยังไม่พีค เสียดายๆ

ทางเดินเลียบแม่น้ำโฮสุ

สะพานโทเง็ตสึเคียว

เราชอบบรรยากาศของเมืองอาราชิยาม่านะ มันดูแบบธรรมชาติมากๆ สงบๆ แต่มาเที่ยวช่วงพีคแบบนี้ก็จะเจอคนเยอะมหาศาลหน่อย

ถัดมาอีกหนึ่งวัดดังที่ต้องแวะมาเที่ยว วัดเท็นริวจิ นั่นเอง ค่าเข้าชมอยู่ที่ 800 เยน สามารถเข้าชมได้ทั้งในส่วนของอาคารวัด และสวน

ไฮไลท์หลักอยู่ที่สวนนี่แหละค่ะ ตกแต่งไว้ได้สวยมากๆ ดูแล้วเพลินตามา ด้านในสวนมีใบไม้แดงให้เดินชมกันอีกด้วย

ที่สุดท้ายสำหรับทริปนี้ มุ่งหน้าไปที่เมืองนารา เมืองแห่งน้องกวางงงง 

มาถึงเที่ยงพอดี หาข้าวกินก่อน เซิ๊ซมาเจอร้านนี้ ร้านขายข้าวทงคัตสึเจ้าดัง 

อร่อยมาก หมู่นี่นุ่มสุด ยกนิ้วให้เลยยย ให้ส่วนของน้ำจิ้มก็เติมได้เอง แถมมีงาขาวและที่บดให้บดใส่เองตามใจชอบอีกด้วย

กินคาวแล้วต้องกินหวาน มาตบท้ายล้างปากกันที่ โมจิเจ้าดังที่เคยไปออกทีวีแชมป์เปี้ยน

เมืองนารานี่ ถ้าไม่นั่งรถบัส หรือเช่าจักรยานก็เดินเที่ยวได้เหมือนกันนะ เมืองไม่ใหญ่มากเท่าไหร่ โชคดีไม่ดีวันที่มานารา ฝนดันตก กวางหนีไปหลบฝนหมด ตัวที่ยังอยู่ที่สวนก็เปียกซ่กไปหมด ไม่ได้ถ่ายภาพดีเล้ยยยย

มาเมืองนารา ต้องมาวัดโทไดจิ วัดใหญ่และวัดดังของที่นี่ แวะมาไหว้พระสักการะ หลวงพ่อโต ไดบุทสุ มีเด็กมาทัศนศึกษาที่วัดโทไดจิเพียบเลยค่ะ ทั้งเด็กประถมและมัธยม

ด้านในจะมีเสาไม้ขนาดใหญ่ ซึ่งมีช่องเล็กๆอยู่ด้านล่าง เด็กๆมายืนต่อแถวรอลอดผ่านรูไม้ที่เสานี้เพียบเลย เชื่อว่าถ้าลอดผ่านจะเหมือนเป็นการสะเดาะเคราะห์อะไรประมาณนั้น ^^

สำหรับรีวิวทริปเที่ยว Osaka 2018 ครั้งนี้ก็อาจจะดูรวดเร็วและรวบรัดไปซักนิดนะ เนื่องด้วยภาพและข้อมูลสถานที่เที่ยวเยอะมากๆๆๆ เลยทำให้กระชับออกมาได้ประมาณนี้ ไม่ได้ลงรายละเอียดอะไรมากในเรื่องของการเดินทาง เน้นลงภาพและที่เที่ยว อารมณ์บันทึกการเดินทางมากกว่า ว่าไปไหนมาบ้าง หากใครต้องการข้อมูลอะไรเพิ่มเติมเรื่องไหน ก็ทักมาสอบถามกันได้ค่า

ขอขอบคุณที่ติดตามกันนะคะ ^^

———————————————————

Review By :: www.adaytochill.com
Facebook :: facebook.com/adaytochillthailand

**ภาพและเนื้อหา ที่ปรากฏในเว็บไซต์นี้ มีลิขสิทธิ์ ห้ามนำไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต**

 

แบ่งปัน ... Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn